← กลับไปบทความทั้งหมด
Next.js คืออะไร? รู้จัก Framework ยอดนิยมสำหรับสร้าง Web Application
ข้อมูลและระบบหลังบ้าน

Next.js คืออะไร? รู้จัก Framework ยอดนิยมสำหรับสร้าง Web Application

ทำความรู้จัก Next.js คืออะไร แตกต่างจาก React อย่างไร พร้อมอธิบาย App Router, Server Component, SEO, API และแนวทางใช้ Next.js สร้าง Web Application และ SaaS

Next.js คืออะไร? ทำไมถึงเป็น Framework ยอดนิยมสำหรับสร้าง Web Application

ถ้ากำลังเริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์ด้วย React หรือกำลังมองหา Technology สำหรับสร้าง Web Application สมัยใหม่ ชื่อของ Next.js น่าจะเป็นหนึ่งใน Framework ที่เจอบ่อยที่สุด

Next.js ถูกนำไปใช้ตั้งแต่เว็บไซต์ทั่วไป ระบบหลังบ้าน ไปจนถึง Web Application และ SaaS เพราะช่วยจัดการหลายเรื่องที่หากใช้ React เพียงอย่างเดียว เราอาจต้องติดตั้งและออกแบบเพิ่มเติมเอง

บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Next.js คืออะไร แตกต่างจาก React อย่างไร มีข้อดีอะไร และเหมาะกับการนำไปสร้างระบบแบบไหน


Next.js คืออะไร?

Next.js คือ React Framework สำหรับพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application

ถ้า React เปรียบเสมือนเครื่องมือสำหรับสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของหน้าจอ Next.js ก็คือ Framework ที่นำ React มาประกอบกับเครื่องมือและโครงสร้างที่จำเป็นสำหรับการสร้าง Application จริง

ตัวอย่างเช่น

  • Routing

  • Layout

  • Server-side Rendering

  • Static Site Generation

  • API

  • Middleware

  • Image Optimization

  • Font Optimization

  • SEO

  • Server Components

ทำให้ Developer ไม่จำเป็นต้องนำ Library หลายตัวมาต่อเข้าด้วยกันเองตั้งแต่ต้น


React กับ Next.js ต่างกันอย่างไร?

สำหรับมือใหม่ จุดที่อาจทำให้สับสนคือ

ถ้ามี React อยู่แล้ว ทำไมเราถึงต้องใช้ Next.js?

React เป็น Library ที่เน้นการสร้าง User Interface หรือ UI เป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น เราสามารถสร้าง Component สำหรับปุ่ม เมนู ตาราง Dashboard หรือ Form ต่าง ๆ ได้

แต่เมื่อเราต้องการสร้าง Web Application จริง จะเริ่มมีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น

  • URL และ Routing

  • การดึงข้อมูลจาก Server

  • Authentication

  • SEO

  • API

  • การ Render หน้าเว็บไซต์

  • การจัดการ Layout

  • Performance

Next.js จึงเข้ามาช่วยวางโครงสร้างและเตรียมความสามารถเหล่านี้เอาไว้ให้

พูดง่าย ๆ คือ

React ช่วยเราสร้าง UI ส่วน Next.js ช่วยให้เรานำ React ไปสร้าง Web Application ที่สมบูรณ์ได้ง่ายขึ้น


App Router คืออะไร?

Next.js รุ่นใหม่ใช้แนวทางที่เรียกว่า App Router

โครงสร้างของ Project จะมี Folder app เป็นส่วนสำคัญ เช่น

app/
 ├─ page.tsx
 ├─ layout.tsx
 ├─ login/
 │   └─ page.tsx
 └─ dashboard/
     └─ page.tsx

Folder สามารถใช้กำหนด URL ของเว็บไซต์ได้โดยตรง

ตัวอย่างเช่น

app/page.tsx

คือ

/

ส่วน

app/dashboard/page.tsx

จะกลายเป็น

/dashboard

และ

app/login/page.tsx

จะกลายเป็น

/login

แนวทางนี้ทำให้โครงสร้างของ Application และ URL เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และช่วยให้ Project ขนาดใหญ่จัดการได้ง่ายขึ้น


Server Component และ Client Component

อีกแนวคิดสำคัญของ Next.js คือการแบ่ง Component ออกเป็นฝั่ง Server และ Client

โดยปกติ Component ใน App Router สามารถทำงานเป็น Server Component ได้

เหมาะสำหรับงานอย่างการดึงข้อมูลจาก Database หรือ API แล้วสร้าง HTML ก่อนส่งให้ Browser

แต่ถ้า Component ต้องมี Interaction กับผู้ใช้ เช่น

  • กดปุ่ม

  • เปิด Modal

  • ใช้ State

  • ใช้ Event

  • ใช้ Browser API

เราสามารถกำหนดให้เป็น Client Component ด้วย

"use client";

ตัวอย่าง

"use client";

import { useState } from "react";

export default function Counter() {
  const [count, setCount] = useState(0);

  return (
    <button onClick={() => setCount(count + 1)}>
      Count: {count}
    </button>
  );
}

แนวคิดนี้ทำให้เราไม่จำเป็นต้องส่ง JavaScript ของทุก Component ไปทำงานบน Browser หาก Component นั้นไม่จำเป็นต้องมี Interaction


Next.js ช่วยเรื่อง SEO อย่างไร?

SEO เป็นอีกเหตุผลที่หลาย Project เลือกใช้ Next.js

เว็บไซต์ที่ต้องการให้ Google เข้าใจเนื้อหาได้ดี เช่น

  • Blog

  • เว็บไซต์บริษัท

  • เว็บข่าว

  • เว็บบทความ

  • Product Page

  • Landing Page

  • เว็บไซต์คอร์สออนไลน์

สามารถใช้ความสามารถด้าน Rendering และ Metadata ของ Next.js เพื่อช่วยจัดการ SEO ได้

ตัวอย่างการกำหนด Metadata

export const metadata = {
  title: "Next.js คืออะไร?",
  description: "ทำความรู้จัก Next.js Framework สำหรับสร้าง Web Application",
};

เรายังสามารถกำหนด Metadata แยกแต่ละหน้าได้ เช่น

/blog/nextjs
/course/nextjs
/product/123

ทำให้เหมาะกับเว็บไซต์ที่มี Content จำนวนมากและต้องการทำ SEO ควบคู่ไปด้วย


Next.js สามารถสร้าง Backend ได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้

Next.js ไม่ได้ใช้สร้าง Front-end เพียงอย่างเดียว แต่สามารถสร้าง API ภายใน Project ได้ด้วย

ตัวอย่างโครงสร้าง

app/
 └─ api/
     └─ users/
         └─ route.ts

จากนั้นสามารถสร้าง API เช่น

export async function GET() {
  return Response.json({
    message: "Hello Next.js",
  });
}

เราจึงสามารถสร้าง Application ที่มีทั้ง Front-end และ Backend อยู่ใน Project เดียวกันได้

แนวทางนี้เหมาะมากกับการสร้าง

  • MVP

  • SaaS

  • Internal Tools

  • Dashboard

  • ระบบสมาชิก

  • ระบบจัดการข้อมูล

  • Web Application ขนาดเล็กถึงกลาง

อย่างไรก็ตาม หากระบบ Backend มีความซับซ้อนสูง มีหลาย Service หรือจำเป็นต้อง Scale แยกจาก Front-end ก็สามารถแยก Backend ออกเป็น Service อื่นได้เช่นกัน


Next.js ใช้ร่วมกับ Database ได้ไหม?

Next.js สามารถเชื่อมต่อกับ Database หรือ Backend Service ได้หลายรูปแบบ

ตัวอย่างเช่น

Next.js
   ↓
Supabase
   ↓
PostgreSQL

หรือ

Next.js
   ↓
API
   ↓
Node.js / NestJS
   ↓
Database

ดังนั้น Next.js ไม่ได้บังคับว่าเราต้องเลือก Database แบบใดแบบหนึ่ง

เราสามารถเลือก Architecture ให้เหมาะกับ Project ได้


ทำไม Next.js ถึงเหมาะกับการสร้าง SaaS?

สมมติว่าเราต้องการสร้างระบบบันทึกรายรับ–รายจ่าย

Application อาจประกอบด้วย

Login
   ↓
Dashboard
   ↓
Transactions
   ↓
Reports
   ↓
Settings

Next.js สามารถใช้สร้างหน้าจอและ Routing ทั้งหมดนี้ได้

จากนั้นเชื่อมกับบริการอย่าง Supabase เพื่อจัดการ

Authentication
Database
Storage

เราก็สามารถสร้าง SaaS เวอร์ชันแรกได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Infrastructure ทุกอย่างขึ้นมาเอง

เมื่อ Product เริ่มมีผู้ใช้งานมากขึ้น ค่อยพิจารณาแยก Service หรือปรับ Architecture ตามความต้องการจริงของระบบก็ได้


Next.js เหมาะกับ Project แบบไหน?

Next.js สามารถนำไปใช้ได้กับ Project หลายประเภท เช่น

เว็บไซต์ Content

เช่น Blog เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์บทความ และเว็บไซต์บริษัท

Web Application

เช่น Dashboard ระบบจัดการข้อมูล และระบบสมาชิก

SaaS

เช่นระบบบัญชี ระบบ CRM ระบบจอง ระบบ Automation หรือ AI Application

E-commerce

เช่นเว็บไซต์ขายสินค้า Product Catalog และ Storefront

MVP

เหมาะสำหรับการทดลองสร้าง Product รุ่นแรก เพราะสามารถพัฒนา Front-end และ Backend บางส่วนภายใน Project เดียวได้


Next.js เหมาะกับมือใหม่ไหม?

ถ้าไม่เคยเขียน JavaScript หรือ React มาก่อน การเริ่มจาก Next.js ทันทีอาจมี Concept ค่อนข้างเยอะ

พื้นฐานที่ควรรู้ก่อน เช่น

HTML
CSS
JavaScript
TypeScript
React

ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญทั้งหมดก่อนเริ่ม แต่ถ้าเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ จะช่วยให้เรียน Next.js ได้ง่ายขึ้นมาก

โดยเฉพาะเรื่อง Component, Props, State, Async/Await และการเรียก API


Next.js กับการเขียนโปรแกรมด้วย AI

อีกเหตุผลที่ Next.js น่าสนใจในปัจจุบันคือ Ecosystem ค่อนข้างเหมาะกับการใช้ AI ช่วยพัฒนา Application

เราสามารถใช้ AI ช่วยตั้งแต่

Idea
 ↓
Requirement
 ↓
UI Design
 ↓
Next.js Project
 ↓
Database
 ↓
Authentication
 ↓
Feature
 ↓
Deploy

แทนที่จะสั่ง AI ว่า

"สร้างเว็บให้หน่อย"

เราควรแบ่งงานออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เช่น

สร้างหน้า Login

จากนั้น

สร้าง Dashboard

แล้วจึง

เชื่อม Authentication

และ

เชื่อม Database

แนวทางนี้ช่วยให้เราตรวจสอบผลลัพธ์ของ AI ได้ง่ายกว่า และลดโอกาสที่ Project จะซับซ้อนจนแก้ไขยากในภายหลัง


ตัวอย่าง Tech Stack สำหรับเริ่มทำ Web Application

สำหรับคนที่อยากทดลองสร้าง Web Application หรือ SaaS ตัวแรก อาจเริ่มจาก Stack ประมาณนี้

Next.js
TypeScript
Tailwind CSS
Supabase
Vercel

Next.js ใช้สร้าง Application

TypeScript ช่วยจัดการ Type และลดข้อผิดพลาดของ Code

Tailwind CSS ใช้สร้าง UI

Supabase สามารถช่วยเรื่อง Database, Authentication และ Storage

ส่วน Platform สำหรับ Deploy สามารถเลือกให้เหมาะกับ Architecture และความต้องการของ Project ได้

Stack ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุก Project สิ่งสำคัญคือเลือก Technology ตามปัญหาที่เรากำลังแก้ มากกว่าการเลือกเพราะ Technology นั้นกำลังเป็นกระแส


สรุป

Next.js คือ React Framework ที่ช่วยให้การสร้างเว็บไซต์และ Web Application มีโครงสร้างและความสามารถที่พร้อมใช้งานมากกว่า React เพียงอย่างเดียว

จุดเด่นคือสามารถจัดการได้ตั้งแต่ Routing, Rendering, SEO, Server Components ไปจนถึง API

จึงเหมาะทั้งสำหรับ Developer ที่ต้องการสร้าง Production Application และคนที่กำลังทดลองสร้าง MVP หรือ SaaS ของตัวเอง

ถ้ากำลังเริ่มต้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การเรียน Next.js ทุก Feature ให้ครบก่อน แต่ควรเลือก Project เล็ก ๆ สักหนึ่ง Project แล้วเรียนรู้ผ่านการลงมือสร้างจริง

เพราะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายของการเรียน Framework ไม่ใช่การจำว่า Next.js มีคำสั่งอะไรบ้าง

แต่คือ การนำเครื่องมือเหล่านี้ไปสร้าง Product ที่แก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้จริง

อ่านต่อเพื่อเชื่อมภาพให้ครบ

อยากทำ SaaS ตัวแรก ควรเริ่มจากตรงไหนดี?
ไอเดียและการต่อยอด

อยากทำ SaaS ตัวแรก ควรเริ่มจากตรงไหนดี?

สิ่งที่สำคัญที่สุด แนะนำให้ควรเริ่มจากเรื่องที่ตนเองสนใจ หรือเริ่มต้นจากปัญหาที่ตัวเองประสบพบเจอมาก่อน “ที่ไหนมีปัญหาที่นั้นย่อมมีเงิน”

25 มิ.ย. 256910 นาที
RLS คืออะไร? ทำไมใช้ Supabase แล้วต้องเปิดใช้งาน
พื้นฐานการเขียนโปรแกรม

RLS คืออะไร? ทำไมใช้ Supabase แล้วต้องเปิดใช้งาน

ทำความรู้จัก Row Level Security หรือ RLS ระบบควบคุมสิทธิ์ข้อมูลใน Supabase พร้อมตัวอย่าง Policy และวิธีป้องกันผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลของคนอื่น

24 มิ.ย. 25698 นาที